In order to provide you with a better browsing experience and to improve our site functionality, we use cookies and other tracking technologies. Detailed information on the use of cookies on our site and how to opt out is provided in our Cookie Policy. By clicking on "AGREE" button below or clicking into any content on this site, you consent that we can store and access cookies and other tracking technologies as described in our Cookie Policy.


โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ร่วมกับ บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) นำเครื่องเอกซเรย์เคลื่อนที่ระบบดิจิตอล FDR Nano ที่ใช้งานร่วมกับเทคโนโลยี AI (ปัญญาประดิษฐ์) เครื่องแรกในประเทศไทย

ช่วยวิเคราะห์และตรวจหาร่องรอยของโรค สำหรับผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว

เมษายน 21, 2563

ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19  ในประเทศไทยที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้โรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ ต้องปฏิบัติงานอย่างหนักในการรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19  และผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง ทางสาขารังสี โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติได้ ร่วมกับ บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) นำเครื่องเอกซเรย์แบบเคลื่อนที่ระบบดิจิตอล ที่ใช้เทคโนโลยี AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์ ถือเป็นเครื่องแรกในประเทศไทย ที่นำมาใช้ปฏิบัติงานของทางสาขารังสี เพื่อช่วยวิเคราะห์ และตรวจคัดกรองผู้ป่วย ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ที่จะช่วยทีมแพทย์หาร่องรอยของโรคโควิด-19 ได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อให้แพทย์ได้ลดขั้นตอนและระยะเวลาในการตรวจ และปัญหาความเสี่ยงของการติดเชื้อไวรัส

รศ.นพ.พฤหัส ต่ออุดม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ กล่าวว่า “จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19  ในประเทศไทยที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้โรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ ต้องปฏิบัติงานอย่างหนักในการรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19  และผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง โรงพยาบาลจึงได้ร่วมมือกับ บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) นำเครื่องเอกซเรย์แบบเคลื่อนที่ระบบดิจิตอล FDR Nano  ที่ใช้เทคโนโลยี AI หรือปัญญาประดิษฐ์ ส่งผ่านสัญญาณระบบ 4G มาช่วยวิเคราะห์ ประเมินคัดกรองผู้ป่วย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการตรวจหาร่องรอยของโรค เพราะโควิด-19 เป็นโรคระบาดที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ที่ส่งผลต่อปอดโดยตรง  เครื่องมือเอกซเรย์เคลื่อนที่ FDR Nano ที่ใช้เทคโนโลยี AI ถือเป็นเครื่องแรกของประเทศไทย ที่นำมาใช้ปฏิบัติงานของสาขารังสี โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ  ซึ่งส่งผลให้แพทย์ตรวจวิเคราะห์ผู้ป่วย โดยการเอกซเรย์แบบเคลื่อนที่ด้วยเทคโนโลยี AI แพทย์สามารถมองเห็นภาพเอกซเรย์ของปอดของผู้ป่วยผ่านจอมอนิเตอร์ หาร่องรอยโรค หรือความผิดปกติของโรคได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อลดขั้นตอนและระยะเวลาในการตรวจ ซึ่งถือว่าช่วยแบ่งเบาการทำงานและลดความเสี่ยงของแพทย์ได้เป็นอย่างดี”

ด้าน มร.มาโมรุ โมโรตะ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า “ฟูจิฟิล์มตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีของฟูจิฟิล์มให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ไม่เพียงแต่กลุ่มสินค้าด้านการถ่ายภาพเท่านั้น แต่ฟูจิฟิล์มยังเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งและการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับกลุ่มสินค้าทางด้านการดูแลสุขภาพ (Health Care) และเครื่องมือทางการแพทย์ (Medical System) ตอกย้ำภาพลักษณ์ภายใต้สโลแกนของบริษัท “FUJIFILM Value from Innovation” ซึ่งฟูจิฟิล์มมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีเฉพาะของฟูจิฟิล์มอย่างต่อเนื่อง เราได้พัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีระดับสูงกับผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเครื่องมือแพทย์ทางด้านการดูแลสุขภาพ โดยพัฒนาเทคโนโลยี AI หรือปัญญาประดิษฐ์ มาใช้กับเครื่องมือทางการแพทย์ รวมไปถึงระบบสารสนเทศทางการแพทย์ IT Health Care และระบบซอฟแวร์ Synapse PACS ซึ่งฟูจิฟิล์มถือว่าเป็นผู้นำตลาด PACS ในประเทศไทย 


สำหรับในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 นี้  ฟูจิฟิล์มได้ร่วมกับโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และพันธมิตรหลักคือ บริษัท เจ.เอฟ. แอดวานด์ เมด จำกัด ในการนำเครื่องเอกซเรย์แบบเคลื่อนที่ระบบดิจิตอล (Digital Portable X-Ray, FDR Nano) ที่ใช้งานร่วมกับเทคโนโลยี AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์ สามารถส่งผ่านสัญญาณระบบ 4G โดยนำเข้าเป็นเครื่องแรกของประเทศไทย ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ  จุดเด่นของเทคโนโลยี AI นี้ จะสามารถช่วยแพทย์วิเคราะห์หาร่องรอยของโรค โดยเฉพาะโรคโควิด-19 ที่เป็นโรคระบาดที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจ ส่งผลต่อปอดโดยตรง  ตัวเครื่องจะแสดงตำแหน่งที่พบความผิดปกติด้วยจุด Detection แสดงผลผ่านหน้าจอทันที ทำให้ทีมแพทย์สามารถวิเคราะห์ เห็นความผิดปกติ หรือร่องรอยของโรค ให้แม่นยำและรวดเร็ว ช่วยเพิ่มโอกาสการรักษาผู้ป่วย  ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการรักษา และนอกจากนี้ เรายังสนับสนุน ทั้งเครื่องมือ อุปกรณ์ และบุคคลากร ผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำในการใช้เครื่องมืออย่างเต็มที่  


ในฐานะที่ฟูจิฟิล์ม เป็นผู้นำทางด้านอุปกรณ์ทางการแพทย์และกลุ่มสินค้าดูแลรักษาสุขภาพ บริษัทฯ ได้ตระหนักถึง การดูแลคุณภาพชีวิตของคน และรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อช่วยเหลือมวลมนุษย์ โดยฟูจิฟิล์มได้คิดค้น ยาอาวีแกน (Avigan) ยาต้านไวรัสโควิด-19 ที่หลายประเทศให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้ เป็นที่ทราบกันดีว่ายาตัวนี้ บริษัท ฟูจิฟิล์ม โตยามา เคมิคอล ประเทศญี่ปุ่น เป็นผู้คิดค้น ซึ่งขณะนี้ถือเป็นยาควบคุมพิเศษระหว่างรัฐบาลญี่ปุ่นและรัฐบาลไทยเท่านั้น  ภายใต้ความรับผิดชอบขององค์การเภสัชกรรม กระทรวงสาธารณสุขของประเทศไทย จะเห็นได้ว่า ฟูจิฟิล์มไม่เคยหยุดยั้งในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อวงการแพทย์ ภายใต้แนวคิด “NEVER STOP” พร้อมกันนี้ เรายังต้องการสร้างการจดจำของคนทั่วไปในฐานะฟูจิฟิล์ม คือ ผู้นำทางด้านการคิดค้นนวัตกรรมและเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเกี่ยวกับเครื่องมือแพทย์และด้านผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพอย่างครบวงจร (Healthcare Total Solution)  


ปัจจุบันในวงการแพทย์ เครื่องมือ และอุปกรณ์ทางการแพทย์มีวิวัฒนาการอย่างสูง  ฟูจิฟิล์มในฐานะผู้ผลิตเครื่องมือการแพทย์ นอกจากทางด้านพัฒนาคุณภาพแล้ว เรายังต้องสร้างความน่าเชื่อถือและการบริการให้แก่โรงพยาบาลต่าง ๆ  โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญ ทีมงานให้บริการ วิศวกรรม และทีมบริหารหลังการขาย พร้อมให้บริการตลอดเวลา ฟูจิฟิล์มหวังว่าการพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง จะสามารถตอบโจทย์ยกระดับการรักษาในปัจจุบันและอนาคตให้ดียิ่งขึ้น เพื่อการแพทย์ที่ก้าวหน้าทันสมัยต่อไป” โมโรตะ กล่าว